เตรียมตัวก่อนเดินทาง


การเตรียมตัวก่อนการเดินทาง
  
   

       การท่องเที่ยวและการเดินทางเป็นกิจกรรมที่น่าสนุกมากอย่างหนึ่ง เราจะได้เดินทางไปในสถานที่ใหม่ๆ สัมผัสกับบรรยากาศ ความสวยงามของธรรมชาติและได้พบเห็นสิ่งใหม่ๆ การเดินทางไม่ว่าใกล้หรือไกลนับว่าเป็นกำไรของชีวิต นำมาซึ่งประสบการณ์ ความประทับใจที่ยากจะลืม

       โดยปกติแล้วก่อนการเดินทาง เราจะต้องมีการเตรียมตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าวางแผนว่าจะไปกับใคร ไปที่ไหน ไปอย่างไร จะไปกี่วัน นอนค้างที่ไหนบ้าง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราปฏิบัติกันจนเคยชินอยู่แล้ว แต่การเตรียมตัวในด้านสุขภาพก่อนการเดินทางมักจะเป็นเรื่องที่ถูกมองข้าม ทั้งๆที่เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากการเดินทางจะทำให้เราไปอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ ทั้งในแง่ภูมิประเทศและภูมิอากาศที่แตกต่างไปจากที่ที่เราคุ้นเคย และในสถานที่นั้นหรือประเทศนั้นๆอาจมีโรคติดต่อบางอย่างซึ่งแตกต่างไปจากประเทศไทย และเรายังไม่มีภูมิคุ้มกันจึงต้องมีการเตรียมตัวเป็นอย่างดี
 

หลักทั่วไปในการเตรียมตัวก่อนการเดินทาง



     1. รักษาสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงก่อนการเดินทาง ไม่ควรเดินทางทั้งๆที่ยังไม่สบายอยู่ ในผู้ที่มีโรคประจำตัวต่างๆ ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอเมื่อจะเดินทางโดยเฉพาะไปในต่างประเทศหรือไปเป็นระยะเวลานาน และต้องเตรียมยาประจำตัวไปด้วยเสมอ

     2. ต้องหาข้อมูลเรื่องสถานที่หรือประเทศที่เราจะเดินทางไป ว่ามีความเสี่ยงต่อสุขภาพในด้านไหนบ้าง เพราะแต่ละประเทศแต่ละพื้นที่จะมีความเสี่ยงแตกต่างกันไป เช่น ถ้าจะเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศแถบแอฟริกา ต้องตรวจสอบเรื่องไข้เหลืองก่อนเสมอ อ่านได้จากบทความ วัคซีนไข้เหลือง (Yellow fever vaccine) เรื่องจำเป็นก่อนไปแอฟริกา,อเมริกาใต้ พิจารณาว่าประเทศนั้นอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อโรคไข้กาฬหลังแอ่นหรือไม่ อ่านได้จากบทความ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal vaccine)
ต้องระวังเรื่องมาลาเรีย เนื่องจากประเทศส่วนใหญ่ในแอฟริกา ในโซนที่อยู่ใต้ทะเลทรายซาฮาราลงมา จะมีการระบาดของโรคมาลาเรียอยู่ ซึ่งนักท่องเที่ยวจำเป็น ต้องรู้เรื่องโรคมาลาเรีย และการป้องกันมาลาเรียที่ถูกต้อง เนื่องจากความเสี่ยงในการติดเชื้อมาลาเรียในประเทศแถบแอฟริกาสูงกว่าในเอเชียหรือในอเมริกาใต้มากดังนั้นในหลายกรณีนักท่องเที่ยวที่จะไปแอฟริกาจำเป็นต้องกินยาป้องกันมาลาเรียก่อนการเดินทาง จึงควรมาพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาต่อไป
ถ้าจะเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศแถบอเมริกาใต้ เช่น บราซิล เปรู อาร์เจนติน่า
 ต้องตรวจสอบเรื่องไข้เหลืองก่อนเสมอ โดยดูรายชื่อประเทศที่เป็นแหล่งระบาดของไข้เหลืองได้จากบทความนี้  วัคซีนไข้เหลือง (Yellow fever vaccine) เรื่องจำเป็นก่อนไปแอฟริกา,อเมริกาใต้
ถ้าจะเดินทางไปแถบที่สูง เช่นไปเปรู มาชูปิชู โบลีเวีย ฯลฯ ควรต้องเตรียมตัวเรื่องภาวะแพ้ที่สูง (High altitude sickness) อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบทความ Altitude sickness #1 โรคที่ต้องระวังในพื้นที่สูง, Altitude sickness #2 อาการและการป้องกัน, เที่ยวเปรูป้องกัน High altitude sickness ได้อย่างไร
ระวังเรื่องมาลาเรีย โดยเฉพาะถ้าจะเข้าไปในบริเวณป่า น้ำตก หรือแม่น้ำอเมซอน ในกรณีเหล่านี้ควรพบแพทย์เพื่อขอรับคำปรึกษา ถึงความจำเป็นในการใช้ยาป้องกันมาลาเรีย
ถ้าจะเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศอินเดีย เนปาล
ต้องระวังเรื่องโรคที่ติดต่อทางน้ำและอาหาร โดยเฉพาะโรคอุจจาระร่วง โรคไทฟอยด์ ฯลฯ ถ้ามีความเสี่ยงสูง เช่นไปในพื้นที่ชนบท ไปเป็นเวลานาน ควรพิจารณารับวัคซีนไทฟอยด์ และวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอ อ่านเพิ่มเติมได้จาก เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวัคซีนไทฟอยด์ (Typhoid vaccine)
ระวังเรื่องมาลาเรีย เนื่องจากในประเทศอินเดีย สามารถพบการติดเชื้อมาลาเรียได้ในเขตเมือง ดังนั้นแม้ว่านักท่องเที่ยวจะไม่ได้เข้าไปเที่ยวป่า ยังต้องระวังโรคมาลาเรียไว้ด้วย โดยการใช้ยาป้องกันยุงอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อมีไข้ควรพบแพทย์ โดยทั่วไปแล้วนักท่องเที่ยวที่ไปอินเดียมักไม่จำเป็นต้องกินยาป้องกันมาลาเรีย เนื่องจากความเสี่ยงไม่ได้สูงมาก
ถ้าจะเดินทางไปเป็นเวลานาน หรืออยู่ในพื้นที่ชนบท ควรพิจารณาฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าก่อนการเดินทาง อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก โรคพิษสุนัขบ้ากับนักท่องเที่ยว
ถ้าจะไปปีนเขา trekking ในบริเวณเทือกเขาสูงของอินเดียหรือเนปาล ควรระวังเรื่อง High altitude sickness ด้วย อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบทความ Altitude sickness #1 โรคที่ต้องระวังในพื้นที่สูง และ Altitude sickness #2 อาการและการป้องกัน
หมายเหตุ ตัวอย่างข้างบน เป็นประเด็นเบื้องต้นที่ควรพิจารณาก่อนการเดินทาง อย่างไรก็ดีนักท่องเที่ยวและนักเดินทางแต่ละคนจะมีความหลากหลายแตกต่างกันไป เช่น ระยะเวลาเดินทง กิจกรรมที่จะไปทำ ไปกันกี่คน ฯลฯ ประเด็นต่างๆเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญซึ่งแพทย์จะใช้ในการพิจารณาการป้องกันโรคที่เหมาะสมเป็นรายๆไป
 

     3. ควรเตรียมยาประจำตัว และเอกสารทางการแพทย์ที่จำเป็นติดตัวไปด้วยเสมอ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว

 
     4. นอกจากการป้องกันโรคติดต่อแล้ว นักท่องเที่ยว/นักเดินทางไม่ควรมองข้ามภัยอันตรายอื่นๆ เช่นอุบัติเหตุ และความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น ไม่ควรแต่งกายประดับด้วยของมีค่า ซึ่งจะล่อตามิจฉาชีพ และควรศึกษาว่าพื้นที่ใดหรือแหล่งใดไม่ควรเดินทางเข้าไป เพราะอาจเกิดอันตรายเช่นการถูกจี้ ปล้นได้ และไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ เช่น การแลกเงินในตลาดมืด การติดต่อกับแท๊กซี่เถื่อน ซึ่งโอกาสเกิดอันตรายมีสูง จะไม่คุ้มกับเงินที่อาจจะประหยัดได้
การเตรียมตัวที่ดีจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวของเราเป็นไปได้อย่างราบรื่น มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงตลอดการท่องเที่ยว
บทความน่าสนใจอื่นๆ


วิธีจัดกระเป๋าเดินทางอย่างมือโปร



      หลังจากตั้งหน้าตั้งตารอวัน ที่ได้ไปสนุกกับทริปในฝัน พอถึงวันก่อนเดินทาง เชื่อว่าคุณๆ คงวุ่นวายใจกับการจัดกระเป๋า ด้วยกลัวจะไม่ลงตัว ต้องเอาอะไรไปบ้าง จะจัดอย่างไรให้ประหยัดพื้นที่ กลัวเอาของไปไม่พอ แต่ถ้าของเยอะก็กลัวน้ำหนักเกิน (ถ้าเดินทางโดยเครื่องบิน) หมดความกังวลใจไปได้เลย เพราะเรามีเคล็ดลับ จัดกระเป๋าอย่างฉลาดไม่ให้พลาดของจำเป็น ครบครัน แบบกระเป๋าไม่ปริ มาฝาก…
 
     1. เลือกแบบของกระเป๋าให้เหมาะกับการเดินทาง
        กระเป๋าเดินทางมีหลายแบบหลากสไตล์ ซึ่งแต่ละแบบก็เหมาะกับการใช้สอยที่แตกต่างกัน คุณจึงควรเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานที่และประโยชน์ใช้สอย เช่น ถ้าทริปของคุณต้องเดินทางหลายวัน ก็ควรเลือกกระเป๋าเดินทางแบบหีบที่ทำด้วยวัสดุแข็งแรงทนทาน มีล้อเลื่อนและลากจูงได้เพื่อความสะดวกในการโยกย้าย แต่ถ้าเป็นการเดินทางแบบสมบุกสมบัน เช่น ลุยป่า ก็ควรเลือกกระเป๋าเป้จะดีกว่า เพราะช่วยให้ทะมัดทะแมงขึ้น หากเป็นชายทะเลหรือหมู่เกาะ การเลือกใช้กระเป๋าแบบถือ หรือเป้ที่ทำด้วยวัสดุกันน้ำดูจะเหมาะที่สุด
 
     2. ลิสต์รายการของใช้ที่จำเป็น (จริงๆ) ออกมาเสียก่อน
        อาจจดใส่กระดาษแล้วเช็กดูให้ครบ โดยคำนึงถึงความจำเป็น ระยะเวลาในการเดินทาง ของทุกชิ้นต้องมีประโยชน์และจำเป็นเท่านั้น หลังจากนั้นให้หยิบของตาม List ที่ได้มาเตรียมไว้ก่อน และเช็คให้ครบกับ List เพื่อป้องกันการลืม
 
     3. ควรกำจัดกลิ่นอับของกระเป๋าเสียก่อน
        กระเป๋าเดินทางที่ไม่ได้ใช้นานๆ อาจเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ (กลิ่นอับ) ได้ ให้ทำการกำจัดกลิ่นโดยนำไปตากแดดสักพักหรือฉีดสเปรย์ป้องกันกลิ่นอับก็ได้ ไม่อย่างนั้นเสื้อผ้าของคุณอาจจะดูดซับกลิ่นอับเหล่านั้น
 
     4. เลือกชุดให้เหมาะกับเนื้อที่ของกระเป๋า
        ถ้าไปเที่ยวแบบไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก กางเกงยีนตัวเก่งน่าจะเหมาะที่สุด เพราะสามารถใส่ได้หลายวันและใส่กับเสื้อได้หลายสไตล์ แต่ถ้าในทริปนั้นมีงานเลี้ยงด้วยคุณอาจต้องพกชุดสวยไปด้วย อาจเป็นชุดแซกผ้าเนื้อบางกับรองเท้ารัดส้น ดูจะประหยัดเนื้อที่ได้มากที่สุด แถมยังช่วยให้สวยมั่นใจอีกด้วย ส่วนคุณผู้ชายถ้าต้องใส่สูทก็แนะนำให้ถือแยกไปต่างหาก
 
     5. ม้วนเสื้อผ้าให้เล็ก
        ไม่ว่าจะเป็น ชุดลำลอง ชุดนอน ฯลฯ เปลี่ยนจากการพับเป็นการม้วนให้เล็กที่สุด นอกจากช่วยประหยัดพื้นที่แล้ว ยังไม่ทำให้เสื้อผ้ายับยู่ยี่จนไม่น่าดูอีกด้วย
 
     6. พับผ้าพันคอ
        ควรพับเป็นสี่เหลี่ยมแนวยาวแล้วม้วนชายสองด้านเข้าหากัน หรือจับมุมผ้าม้วนตามแนวทแยงไปถึงอีกมุม แล้วจับมุมซ้ายม้วนขดเข้ามาหามุมขวาแค่นี้การพับผ้าพันคนก็เป็นเรื่องง่ายไป เลย
 
     7. การเก็บรองเท้า
        รักษารูปทรงด้วยการใช้กระดาษ หรือถุงเท้ายัดเข้าไปที่บริเวณหัวรองเท้าเพื่อป้องกันหัวรองเท้าหักและช่วย ประหยัดเนื้อที่ จากนั้นห่อด้วยถุงผ้าหรือถุงพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง และวางไว้ชั้นล่างสุดของกระเป๋า
 
     8. ของใช้ส่วนตัว
        จำพวกสบู่ แชมพู ยาสีฟัน ครีมต่างๆ ควรมีขนาดเล็กที่สะดวกพกพา การแบ่งแชมพู หรือสบู่เหลวลงในขวดเล็กพลาสติก ต้องบีบไล่อากาศออกก่อนปิดฝาขวด เพื่อหลีกเลี่ยงแรงดันเมื่อเดินทางโดยเครื่องบิน จากนั้นซ้อนด้วยถุงซิปล็อกอีกชั้น
 
     9. เตรียมเอกสารที่สำคัญ
        ไม่ว่าคุณจะเดินทางใน หรือต่างประเทศ เอกสารสำคัญ เช่น เงินสด บัตรเครดิต บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง วีซ่า ตั๋วเครื่องบิน บัตรประจำตัวผู้เอาประกันอุบัติเหตุ ฯลฯ ควรทำสำเนาอย่างน้อย 2 ชุด เผื่อในกรณีฉุกเฉินที่อาจมีการสูญหายเกิดขึ้น
        จัดเก็บ เอกสารสำคัญต่างๆ จะปลอดภัยที่สุดเมื่ออยู่ใกล้ตัวคุณมากที่สุด อาจเก็บในกระเป๋าที่สามารถคล้องคอได้ ไม่ควรเอาไว้ในกระเป๋าเดินทาง เพราะการนำออกมาใช้แต่ละครั้ง หากจัดเก็บไม่ดีอาจต้องเสียเวลาค้นหาหรือต้องรื้อของออกทั้งกระเป๋า ทำให้เสียเวลาจัดใหม่ แถมยังพานให้หงุดหงิดใจอีกด้วย
 
     10. อย่าลืมถุงพลาสติก
        อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญกับการท่องเที่ยวคือถุงพลาสติกควรมีติดกระเป๋าเดินทาง เพื่อเอาไว้สำหรับแยกเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว เพราะช่วยกันการเปียกและกลิ่นได้ดี ไม่เช่นนั้นเสื้อผ้าที่ยังไม่ใช้คงเหม็นไปด้วแน่เลย
 
     11. ควรมีกระเป๋าเป้เล็ก / กระเป๋าสะพายติดตัว
        กระเป๋าเป้เล็กสำหรับใส่กล้อง สมุดบันทึก ปากกา เงิน โทรศัพท์มือถือ เอกสารสำคัญต่างๆ ยาประจำตัว พลาสเตอร์ยา ยาปฏิชีวนะและยาใส่แผล ฯลฯ  เพื่อความปลอดภัย และสามารถหยิบใช้ได้สะดวกอีกด้วย








 

Powered by AIWEB